FTP Server โดยใช้ vsFTPD บน Fedora Core 6 Linux

ในส่วนของการติดตั้ง FTP Server โดยใช้ Fedora Core Linux นี้ จะใช้ซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า Very Secure FTP Daemon (vsFTPD) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในแผ่นติดตั้งลินุกซ์ Fedora Core อยู่แล้ว สำหรับขั้นตอนของการติดตั้งลินุกซ์ Fedora Core 6 จะอ้างอิงตามเอกสารในหน้า ขั้นตอนการติดตั้งลินุกซ์ Fedora Core 6 แบบเซิร์ฟเวอร์ ถ้าติดตั้งลินุกซ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถดูขั้นตอนกาิรติดตั้ง vsFTPD บนลินุกซ์ Fedora Core 6 ได้เลยครับ


ขั้นตอนการติดตั้ง vsFTPD บน Fedora Core Linux

ขั้นตอนที่ 1

ในขั้นตอนแรกของการติดตั้งนั้น ให้ทำการตรวจสอบก่อนว่า มีซอฟต์แวร์อยู่ในระบบอยู่แล้วหรือไม่ โดยใช้คำสั่ง ดังนี้

# rpm -qa | grep -i vsftpd
vsftpd-2.0.5-8

ในที่นี้ เราได้ทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ไปเรียบร้อย ตั้งแต่ในขั้นตอนของการติดตั้งระบบปฏิบัติการแล้ว ดังที่แสดงขึ้นมา เป็นเวอร์ชัน vsftpd-2.0.5-8 ที่อยู่ในแผ่น Fedora Core 6 Linux

ขั้นตอนที่ 2

ทำการตรวจสอบว่า vsFTPD สามารถทำงานได้ โดยทดลองสั่งให้ FTP เซิร์ฟเวอร์นี้ start , stop , restart ดังนี้

# /etc/init.d/vsftpd start

# /etc/init.d/vsftpd stop

# /etc/init.d/vsftpd restart

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อทำการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กำหนดให้เซอร์วิส vsftpd ทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ ดังนี้

# chkconfig vsftpd on

ขั้นตอนที่ 4

ตรวจสอบว่า vsftpd มีการทำงานอยู่จริง ด้วยคำสั่ง

# netstat -a |grep ftp

tcp 0 0 *:ftp *:* LISTEN

ถ้า vsftpd ทำงาน ก็จะมีผลลัพธ์ดังตารางข้างบน แต่ถ้าไม่ทำงาน จะไม่มีผลลัพธ์ใดๆ แสดงขึ้นมา

ขั้นตอนการปรับแต่ง vsFTPD บน Fedora Core 6

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการปรับแต่งคุณสมบัติต่างๆ ของ vsFTPD เพื่อให้สามารถทำงานได้ตรงกับความต้องการของผู้ดูแลระบบ สำหรับไดเรคเทอรีของไฟล์คอนฟิกต่างๆ จะอยู่ที่ /etc/vsftpd ไฟล์หลักๆ จะมีด้วยกัน 3 ไฟล์ดังนี้

  • ftpusers เป็นไฟล์ที่มีไว้สำหรับเก็บรายชื่อของผู้ใช้ ที่ไม่ต้องการให้ลอกอินเข้าสู่ระบบแบบ FTP

  • user_list ถ้ามีการปรับแต่งค่าคอนฟิก userlist_deny ให้มีค่าเป็น NO ระบบจะอนุญาตเฉพาะผู้ใช้ในไฟล์นี้ แต่ถ้าค่าของ userlist_deny มีค่าเป็น YES ซึ่งเป็นค่าดีฟอลต์ ระบบจะไม่อนญาตผู้ใช้ในไฟล์นี้ลอกอิน และจะไม่มีการถามรหัสผ่านด้วย
  • vsftpd.conf เป็นไฟล์คอนฟิกหลักสำหรับการปรับแต่ง vsFTPD

ตัวอย่างของการปรับแต่งไฟล์ /etc/vsftpd/vsftpd.conf มีดังนี้

  1. ถ้ามีการอนุญาตให้ผู้ใช้ anonymous สามารถเข้าใช้งานระบบได้ ให้ทำการปรับแต่งตัวเลือก anonymous_enable ให้มีค่าเป็น YES

      # Allow anonymous FTP? (Beware – allowed by default if you comment this out).

      anonymous_enable=YES

    ทดลองลอกอินโดยเข้าสู่ระบบด้วยผู้ใช้ anonymous ดังนี้

      # ftp 192.168.9.1

      Connected to 192.168.9.1

      220 Restricted Area

      530 Please login with USER and PASS.

      530 Please login with USER and PASS.

      KERBEROS_V4 rejected as an authentication type

      Name (192.168.9.1:root):anonymous

      331 Please specify the password.

      Password: ใส่อีเมลล์ลงไป ตัวอย่าง cp@linuxlane.com

      230 Login successful.

      Remote system type is UNIX.

      Using binary mode to transfer files.

      ftp>

  2. ถ้าต้องการให้ผู้ใช้งาน สามารถลอกอินเข้าสู่ระบบได้ ให้ทำการปรับแต่งตัวเลือก local_enable ให้มีค่าเป็น YES

      # Uncomment this to allow local users to log in.

      local_enable=YES

    ทดสอบการลอกอินเข้าสู่ระบบด้วยผู้ใช้ทั่วไป ดังนี้

      # ftp 192.168.9.1

      Connected to 192.168.9.1.

      220 Restricted Area

      530 Please login with USER and PASS.

      530 Please login with USER and PASS.

      KERBEROS_V4 rejected as an authentication type

      Name (192.168.9.1:root): cp

      331 Please specify the password.

      Password: ใส่รหัสผ่านของผู้ใช้

      230 Login successful.

      Remote system type is UNIX.

      Using binary mode to transfer files.

      ftp>

  3. ถ้าต้องการให้ผู้ใช้งาน สามารถอัพโหลดไฟล์ เข้าสู่ระบบได้ ให้ทำการปรับแต่งตัวเลือก write_enable ให้มีค่าเป็น YES

    # Uncomment this to enable any form of FTP write command.

    write_enable=YES

เมื่อแก้ไขไฟล์คอนฟิกต่างๆ เสร็จแล้ว ถ้าต้องการให้มีผล ให้ทำการรีตาร์ทเซอร์วิส vsftpd โดยใช้คำสั่ง

# /etc/init.d/vsftpd restart

number of view: 3799pixelstats trackingpixel

Leave a Reply

ค้นหา
ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

เริ่มนับวันที่ 16 พ.ค. 2550